ทุกวันนี้ ประเทศไทยเต็มไปด้วยการจราจรหลากหลายรูปแบบ ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ซึ่งแต่ละแบบต่างก็มีการพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพของยานพาหนะและเส้นทางให้ดียิ่งขึ้นแตกต่างกันออกไป ตัวอย่างเช่น การสร้างและปรับปรุงสภาพถนนเส้นทางต่างๆเพื่อรองรับต่อปริมาณของรถยนต์ที่แล่นผ่าน การผลิตยานยนต์รุ่นใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินทาง การปรับปรุงคุณภาพของการเดินทางด้วยรถไฟเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้โดยสาร รวมถึงการสร้างท่าอากาศยานแห่งใหม่ภายใต้ชื่อ "ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ" เพื่อรองรับปริมาณของผู้คนที่มีเดินทางเพิ่มมากขึ้น สิ่งเหล่านี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีสำหรับการเดินทางในปัจจุบัน
แต่ในขณะที่การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นนั้นก็นำมาซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นตามมาเช่นเดียวกัน หากมองในส่วนของกรุงเทพมหานครจะพบว่า การจราจรในปัจจุบันจะเน้นไปทางการขนส่งทางบก บนท้องถนนจะเต็มไปด้วยปริมาณของรถยนต์จำนวนมากที่ต่างเคลื่อนไปมาตามเส้นทางต่างๆ ยิ่งทุกนี้มีการผลิตรถยนต์ออกมาเป็นจำนวนมาก ทำให้การจราจรทางถนนเกิดความติดขัดมากขึ้น หน่วยงานที่รับผิดชอบต่างก็ร่วมกันหาแนวทางแก้ปัญหาทุกวิถีทาง เช่น การสร้างหรือตัดถนนเส้นทางใหม่เพิ่มอีกหลายเส้นทางเพื่อลดปัญหาการจราจรดังกล่าว หรือการสร้างการขนส่งมวลชนระบบรางยกระดับหรือที่รู้จักกันในชื่อรถไฟฟ้า แต่ก็ยังไม่สามารถบรรเทาปัญหาเหล่านี้ลงได้มากเท่าที่ควร
ในที่นี้ขอยกตัวอย่างการจราจรบนถนนบรมราชชนนี ซึ่งเมื่อย้อนกลับไปประมาณ 20 ปีที่แล้ว จะพบว่า การจราจรบนเส้นทางนี้มีปัญหาอย่างมาก ปริมาณรถยนต์ที่แล่นผ่านบนถนนเส้นนี้ในแต่ละวันมีจำนวนมาก ยิ่งในเวลาช่วงเช้าซึ่งเป็นเวลาในการเดินทางไปทำงาน และช่วงเย็นซึ่งเป็นเวลาในการเดินทางกลับบ้าน จะยิ่งมีปริมาณรถยนต์เพิ่มมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อการจราจรบนเส้นทางนี้อย่างมาก
แต่ด้วยแนวทางในพระราชดำริของพระองค์ท่านที่ทรงหาวิธีในการแก้ไขปัญหาการจราจรบนถนนเส้นนี้ ทรงให้หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาจราจร ร่วมมือกันก่อสร้างถนนและสะพานเชื่อมต่อโครงการย่อยหลายๆโครงการเข้าด้วยกัน จากด้านทิศเหนือไปทิศใต้ และ ทิศตะวันตกไปทิศตะวันออก เป็นแนวจตุรทิศ และดำเนินการสร้างทางยกระดับลอยฟ้าที่เรียกว่า "โครงการทางคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี" ทำให้ในปัจจุบันถนนสายนี้สามารถบรรเทาปัญหาการจราจรลงได้อย่างมาก ทำให้เกิดความคล่องตัวและสะดวกรวดเร็วในการเดินทาง รวมทั้งยังช่วยลดเวลาการเดินทางให้สั้นลงได้อีกจะขอกล่าวถึงลักษณะของโครงการทางคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนีอย่างคร่าวๆ
มีระยะทาง 4.50 กิโลเมตร เป็นสะพานคอนกรีตขนาด 4 ช่องทางจราจร สลับทิศทางวิ่งเช้าเย็น กว้างช่องทางละ 3.50 เมตร ไหล่ทางข้างละ 1.25 เมตร ความสูงประมาณ 10-20 เมตร งบประมาณ 1,250 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้าง 18 เดือน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในการวางศิลาฤกษ์คานสะพาน บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเมอรี่คิงส์ปิ่นเกล้า เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2539 เวลา 16.49 นาฬิกา
ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล รวมถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน "ในหลวงภูมิพล" ผู้ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนชาวไทย ทรงดูแลทุกข์สุขและความเป็นอยู่ของคนไทยเป็นเวลานานกว่า 60 ปี ทรงพระราชทานแนวทางการแก้ปัญหาและการพัฒนาสิ่งต่างๆเพื่อประชาชนชาวไทยของพระองค์ท่านได้เกิดความสุขทั้งทางกายและทางใจ ถึงเวลาแล้วที่พวกเราทุกคนจะแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีและเทิดทูนต่อพระองค์ท่าน ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณต่อพระมหากษัตริย์ ผู้ทรงเป็นดั่ง "พ่อแห่งแผ่นดิน"
ติดตามรายละอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการแก้ไขปัญหาการจราจรตามแนวทางในพระราชดำริได้ตามที่อยู่ด้านล่าง
60 ปี ที่พ่อสร้างเพื่อคนไทยทุกคน
ตอบลบLONG LIVE THE KING
Long Live the King of Thailand!!
ตอบลบขอพระองค์ทรงพระเจริญ
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
ตอบลบขอพระองค์ทรงพระเจริญ
ลบby thaiherbonly